ทำไมอิสลามจึงลดฐานะผู้หญิงลงด้วยการเก็บพวกเธอไว้เบื้องหลังผ้าคลุมหน้า
?
ฐานะของผู้หญิงในอิสลามมักจะตกเป็นเป้าโจมตีโดยสื่อสารมวลชนในแนวเซ็คคิวลาร์(แนวคิดแยกศาสนาออกจากการเมือง)อยู่เสมอ
“ฮิญาบ” หรือเครื่องแต่งกายตามแบบอิสลามได้ถูกกล่าวถึงว่าคือตัวอย่างหนึ่งที่เป็น
“การปราบ” ผู้หญิงให้สยบอยู่เยี่ยงทาสภายใต้กฎหมายอิสลาม
ก่อนที่เราจะใช้วิจารณญาณวิเคราะห์คำสั่งทางศาสนาที่ว่าด้วยเรื่องฮิญาบ
ขอให้เราได้ศึกษาฐานะของผู้หญิงในสังคมยุคก่อนการเกิดขึ้นของอิสลามเสียก่อน
1. ในอดีตผู้หญิงถูกลดฐานะให้ด้อยค่าน่าอับอายและถูกใช้เยี่ยงวัตถุ
แห่งเมถุนกามตัณหา
ตัวอย่างจากประวัติศาสตร์ต่อไปนี้
แสดงให้เห็นอย่างชัดแจ้งถึงความ
จริงว่าฐานะของผู้หญิงในยุคอารยธรรมยุคต้น
ๆ นั้นตกต่ำถึงขนาดที่
ว่าพวกเธอได้รับการปฏิเสธศักดิ์ศรีแห่งความเป็นคนโดยสิ้นเชิง
2. อิสลามยกย่องเชิดชูผู้หญิง
หยิบยื่นความเสมอภาคให้และหวังว่าพวกเธอจะรักษาฐานะของพวกเธอให้คงอยู่ตลอดไป
อิสลามได้ยกฐานะผู้หญิงและให้สิทธิต่างๆ
แก่พวกเธอมานานกว่า 1,400 ปีแล้ว
อิสลามมุ่งหวังให้ผู้หญิงยึดมั่นในฐานะของพวกเธอและดำรงมันไว้สืบไป
ฮิญาบสำหรับผู้ชาย
คนทั่วไปมักกล่าวถึงความสำคัญของฮิญาบเฉพาะแต่ในบริบทของผู้หญิงเท่านั้น
อันที่จริงในมหาคัมภีร์อัลกุรอาน อัลลอฮฺ (ซบ.)
ได้ทรงกล่าวถึงฮิญาบสำหรับผู้ชายก่อนฮิญาบสำหรับผู้หญิงด้วยซ้ำ
กุรอานกล่าวไว้ในซูเราะฮฺ อันนูร ความว่า “จงกล่าวเถิด
(มุฮัมมัด) แก่บรรดามุอฺมินให้พวกเขาลดสายตาของพวกเขาลงต่ำ
และให้พวกเขารักษาทวารของพวกเขา นั่นเป็นการบริสุทธิ์ยิ่งแก่พวกเขา
แท้จริงอัลลอฮฺทรงรอบรู้สิ่งที่พวกเขากระทำ” (อัลกุรอาน 24:30)
ขณะที่ผู้ชายมองผู้หญิงหากความไม่มียางอายหรือความคิดที่ไม่กระดากใจผ่านเข้ามาในจิตใจของเขาเขาควรลดสายตาของเขาลงต่ำ
ฮิญาบสำหรับผู้หญิง
อายะฮฺ ถัดไปในซูเราะฮฺอันนูร กล่าวว่า “และจงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) แก่บรรดามุอฺมินะฮฺให้พวกเธอลดสายตาของพวกเธอลงต่ำ และให้พวกเธอรักษาทวารของพวกเธออย่าเปิดเผยเครื่องประดับของพวกเธอเว้นแต่สิ่งที่พึงเปิดเผยได้และให้เธอปิดด้วยผ้าคลุมศีรษะของเธอลงมาถึงหน้าอกของเธอและอย่าให้เธอเปิดเผยเครื่องประดับของพวกเธอเว้นแต่แก่สามีของพวกเธอหรือบิดาของพวกเธอหรือบิดาของสามีของพวกเธอหรือลูกชายของพวกเธอ…” (อัลกุรอาน 24 : 31)
อายะฮฺ ถัดไปในซูเราะฮฺอันนูร กล่าวว่า “และจงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) แก่บรรดามุอฺมินะฮฺให้พวกเธอลดสายตาของพวกเธอลงต่ำ และให้พวกเธอรักษาทวารของพวกเธออย่าเปิดเผยเครื่องประดับของพวกเธอเว้นแต่สิ่งที่พึงเปิดเผยได้และให้เธอปิดด้วยผ้าคลุมศีรษะของเธอลงมาถึงหน้าอกของเธอและอย่าให้เธอเปิดเผยเครื่องประดับของพวกเธอเว้นแต่แก่สามีของพวกเธอหรือบิดาของพวกเธอหรือบิดาของสามีของพวกเธอหรือลูกชายของพวกเธอ…” (อัลกุรอาน 24 : 31)
3. มาตรฐาน 6 ประการสำหรับฮิญาบ
ตามกุรอานและซุนนะฮฺ
มีเกณฑ์มาตรฐานเบื้องต้น 6 ประการสำหรับการปฏิบัติตามเงื่อนไขของฮิญาบ3.1
เอาเราะฮฺ หรือขอบเขตของร่างกายที่ต้องปกปิด
เกณฑ์แรกคือขอบเขตของร่างกายที่ต้องปกปิด
(เอาเราะฮฺ) ซึ่งต่างกันระหว่างชายกับ หญิง
เอาเราะฮฺของผู้ชายอย่างน้อยต้องอยู่ระหว่างสะดือกับเข่า
สำหรับผู้หญิงเอาเราะฮฺคือทุกส่วนของร่างกายยกเว้นใบหน้าและฝ่ามือ หรือหากเป็นความประสงค์ของพวกเธอก็สามารถปกปิดส่วนของร่างกายส่วนนี้
(ใบหน้าและมือ) ด้วยก็ได้
นักวิชาการอิสลามบางท่านยืนยันหนักแน่นว่าใบหน้าและมือก็เป็นส่วนของร่างกายที่ต้องปกปิดด้วยเช่นกันอีก
5 เกณฑ์ที่เหลือนั้นเหมือนกันทั้งสำหรับผู้ชายและผู้หญิง
3.2 ชุดที่สวมใส่ต้องหลวมและต้องไม่เปิดเผยให้เห็นรูปร่าง3.3 ชุดที่สวมใส่ต้องไม่บางจนมองทะลุผ่านได้
3.4 ชุดที่สวมใส่ต้องไม่งามหรือมีเสน่ห์จนเป็นที่ดึงดูดใจของเพศตรงข้าม
3.5 ชุดที่สวมใส่ต้องไม่คล้ายคลึงกับของเพศตรงข้าม
3.6 ชุดที่สวมใส่ต้องไม่คล้ายคลึงกับของบรรดาผู้ปฏิเสธ พวกเขาจะต้องไม่สวมใส่ชุดที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะหรือสัญลักษณ์ในศาสนาของบรรดาผู้ปฏิเสธ
4. ฮิญาบรวมถึงความประพฤติและพฤติกรรมอื่นๆ
ด้วย
ฮิญาบที่สมบูรณ์นั้นนอกเหนือจากการแต่งกายตามเกณฑ์ทั้ง
6 ประการแล้วยังครอบคลุมถึงความประพฤติที่มีศีลธรรม
พฤติกรรม ทัศนคติ และความตั้งใจของแต่ละบุคคลด้วย
ผู้ที่เพียงแต่ปฏิบัติตามเฉพาะกฎเกณฑ์ของฮิญาบในส่วนที่เกี่ยวกับเสื้อผ้าก็จะเป็นการเชื่อฟังปฏิบัติตามเป้าหมายของ
“ฮิญาบ” ในมุมมองที่แคบๆ เท่านั้น
ฮิญาบเสื้อผ้าย่อมไปด้วยกันกับฮิญาบแห่งดวงตา ฮิญาบแห่งหัวใจ ฮิญาบแห่งความคิด
และฮิญาบแห่งเจตนารมณ์ (นิยะฮฺ) มันยังรวมถึงวิถีที่มนุษย์เดินเหิน
วิถีที่มนุษย์พูดจาพาทีและวิถีที่เขากระทำด้วย เป็นต้น5. ฮิญาบป้องกันการข่มเหง
เหตุผลว่าทำไมฮิญาบถูกกำหนดแกผู้หญิง
มีบัญญัติในซูเราะฮฺอัลอะหฺซาบ อายะฮฺต่อไปนี้ “โอ้ นบีเอ๋ย !จงกล่าวแก่บรรดาภริยาของเจ้า
และบุตรสาวของเจ้าและบรรดาหญิงของบรรดาผู้ศรัทธาให้พวกเขาดึงเสื้อคลุมของพวกนางลงมาปิดตัวของพวกนาง
นั่นเป็นการเหมาะสมกว่าที่นางจะเป็นที่รู้จัก
และอัลลอฮฺทรงเป็นผู้อภัยผู้ทรงเมตตาเสมอ” (อัลกุรอาน 33
: 59)
กุรอานกล่าวว่า
ได้ถูกกำหนดสำหรับผู้หญิงเพื่อว่าพวกเธอจะได้รับการยอมรับในฐานะหญิงผู้สงบเสงี่ยมและจะช่วยปกป้องพวกเธอจากการถูกข่มเหงรังแก
6. ตัวอย่างจากพี่น้องฝาแฝดคู่หนึ่ง
สมมุติหญิงสองคนเป็นฝาแฝดกันและทั้งคู่สวยพอกัน
เดินไปด้วยกันบนถนน คนหนึ่งแต่งกายด้วยฮิญาบทุกส่วนของร่างกายถูกปกปิดยกเว้นใบหน้าและมือ
อีกคนหนึ่งแต่งกายด้วยเสื้อผ้าตามแบบตะวันตก กระโปรงสั้นหรือกางเกงขาสั้น
แล้วมีอันธพาลคอยจ้องจะจับ ล้อเล่น ยั่วเย้าผู้หญิง ใครเล่าจะเป็นผู้ถูกลวนลาม ? ผู้หญิงที่แต่งชุดฮิญาบหรือผู้หญิงที่แต่งชุดกระโปรงสั้น
? โดยธรรมชาติแล้วเขาย่อมลวนลามผู้หญิงที่นุ่งกระโปรงสั้น
ดังนั้นการแต่งกายจึงเป็นการเชื้อเชิญทางอ้อมให้เพศตรงข้ามลวนลามข่มเหง
กุรอานจึงกล่าวไว้เป็นถูกต้องแล้วที่ว่า ฮิญาบปกป้องผู้หญิงจากการถูกข่มเหงลวนลาม
7. การลงโทษที่รุนแรงสำหรับพวกข่มขืนทั้งหลาย
ภายใต้บทบัญญัติของอิสลาม
ผู้ชายที่ทำข่มขืนผู้หญิงจะต้องได้รับการลงโทษที่รุนแรง
คำกล่าวอันเฉียบขาดนี้ทำให้หลายคนพิศวง
บางคนพูดว่าอิสลามโหดร้ายเป็นศาสนาที่ป่าเถื่อน ผมเคยตั้งคำถามง่ายๆ
กับคนที่ไม่ใช่มุสลิมนับร้อยคนว่า สมมุติ , ทั้งที่พระเจ้าทรงห้าม , แต่ใครบางคนกลับข่มขืนภรรยาของท่าน
แม่ของท่านหรือพี่สาว น้องสาวของท่าน
ท่านได้รับรู้การพิพากษาในความผิดนั้นแล้วและผู้กระทำอนาจารคนนั้นได้ถูกพาตัวมาอยู่ต่อหน้าท่าน
โทษสถานใดที่ท่านจะลงทัณฑ์แก่เขา ? ทุกคนตอบว่าพวกเขาจะฆ่าให้ตาย
บางคนขยายความว่าเขาจะทรมานจนตายผมถามพวกเขาต่อไปว่า คนที่ข่มขืนภรรยาหรือแม่ของท่าน
ท่านจะหยิบยื่นความตายให้แก่เขา
แต่พอการกระทำความผิดลักษณะเดียวกันถูกกระทำกับภรรยาหรือลูกสาวของคนอื่น
ท่านพูดว่าการลงโทษที่รุนแรงนั้นป่าเถื่อน ทำไมถึงได้เกิดสองมาตรฐานเช่นนี้ได้(double
standards)?
8. สังคมตะวันตกเรียกร้องสิทธิในการยกฐานะผู้หญิงแบบจอมปลอม
การพูดถึงเสรีภาพของผู้หญิงของโลกตะวันตกนั้นไม่ได้มีสิ่งใดนอกจากรูปแบบที่แอบแฝงสำหรับการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวจากเรือนร่างของเธอ
การลดฐานะแห่งจิตวิญญาณของเธอและทำลายเกียรติยศชื่อเสียงของเธอให้หมดไป
สังคมตะวันตกเรียกร้องสิทธิในการยกฐานะผู้หญิง
ตรงกันข้ามมันเป็นการทำให้พวกเธอมีฐานะเช่นนางบำเรอ
หญิงผู้มากชายหลายชู้และเป็นเช่นผีเสื้อสังคมที่ไม่มีอะไรมากไปกว่าตกเป็นเครื่องเล่นของผู้แสวงหาความสำราญ
และการค้าประเวณีที่ซ่อนเร้นอยู่หลังฉากหลากสีแห่งศิลปะและวัฒนธรรม
9. อเมริกาเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการข่มขืนสูงที่สุด
เป็นที่ยอมรับกันว่าสหรัฐอเมริกาเป็นหนึ่งในประเทศที่เจริญที่สุดในโลก
ขณะเดียวกันก็เป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการข่มขืนสูงที่สุดในโลกด้วย
ตามรายงานของเอฟบีไอ (FBI) ในปี 1990 การข่มขืนในสหรัฐอเมริกาเพียงประเทศเดียวมีเฉลี่ยวันละ 1,756 ราย ต่อมามีรายงานอื่นระบุว่า การข่มขื่นในอเมริกาเฉลี่ยวันละ 1,900
ราย แต่ไม่ระบุว่าเป็นปีใด อาจเป็นปี 1992 หรือ
1993 อาจเป็นเพราะคนอเมริกัน “หนักข้อขึ้น
” ในปีต่อๆมา
ขอให้ลองพิจารณาถึงภาพที่ได้รับ
หากฮิญาบของอิสลามถูกนำมาใช้ในอเมริกา
นั่นคือเมื่อใดก็ตามที่ผู้ชายมองผู้หญิงแล้วเกิดความคิดที่ไร้ยางอางหรือไม่กระดากอายขึ้น
เขาก็ลดสายตาลงต่ำ
จากนั้นผู้หญิงทุกคนสวมฮิญาบตามแบบอิสลามคือทุกส่วนของร่างกายถูกปกปิดยกเว้นใบหน้าและฝ่ามือ
นอกจากนี้หากว่าใครข่มขืนแล้วได้รับโทษที่รุนแรง ผมขอถามท่านว่า
จากภาพที่ได้พรรณนามานี้อัตราการข่มขืนในอเมริกาจะเพิ่มขึ้น คงเดิม หรือจะลดลง?
10. การยอมรับบทบัญญัติของอิสลามจะช่วยลดอัตราการข่มขืน
โดยหลักธรรมชาติ
ทันทีที่บทบัญญัติของอิสลามถูกนูกนำปฏิบัติผลลัพธ์ในทางที่ดีย่อมบังเกิดอย่างแน่นอน
หากบทบัญญัติของอิสลามได้รับการยอมรับและนำไปปฏิบัติในส่วนของโลกไม่ว่าในอเมริกาหรือยุโรป
สังคมก็หายใจอย่างโล่งอก
ฮิญาบไม่ได้ลดฐานะของผู้หญิงหรือทำให้ผู้หญิงอยู่ในสภาพที่น่าอับอายแต่ฮิญาบช่วยเชิดชูผู้หญิงช่วยปกป้องความสงบเสงี่ยมสง่างามและพรหมจรรย์ของเธอ


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น